3 อุปสรรคใหญ่รุมเร้าอุตฯเซรามิก

by | Oct 26, 2018 | เซรามิก

กลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิกกุมขมับ 3 อุปสรรคใหญ่รุมเร้า ทั้งผลกระทบด้านราคาพลังงาน ปัญหาค่าแรงที่พุ่งขึ้น  วิกฤติยูโรโซนพ่นพิษ กระทบยอดส่งออก  สภาอุตฯแนะทางรอด  จี้กลุ่มเอสเอ็มอีเร่งปรับตัวรับสถานการณ์ และการเข้าสู่เออีซี โดยลดต้นทุนการผลิตและพัฒนาสินค้าให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้น รองรับการแข่งขัน

นายอำนาจ ยะโสธร เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่รัฐบาลได้มีการปรับราคาก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคมปีนี้มาอยู่ที่ 29.56 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 4.70 บาทต่อกิโลกรัม และมีแนวโน้มว่าในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ จะปรับขึ้นไปสู่ระดับเดิมที่ 30.13 บาทต่อกิโลกรัม จะส่งผลให้ผู้ประกอบการกลุ่มเซารามิกต้องรับภาระต้นทุนด้านพลังงานสูงขึ้นอีก
ประกอบกับค่าแรงงานที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งยอดการส่งออกไปต่างประเทศมีสัดส่วนที่ลดลง จากผลกระทบปัญหาหนี้ในสหภาพยุโรป ทำให้เวลานี้กลุ่มเซรามิกอยู่ได้ค่อนข้างลำบาก โดยช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามีโรงงานเซรามิกทยอยปิดกิจการไปแล้วหลายราย และหากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังไม่คลี่คลายในช่วงครึ่งปีหลัง น่าจะเห็นทิศทางของกลุ่มเซรามิกลำบากมากขึ้น
นายอำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่าจากผลกระทบดังกล่าว ทางผู้ประกอบการเองจะต้องเร่งปรับตัวทุกวิถีทาง เพื่อให้อยู่รอดของธุรกิจ โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิตภาคพลังงานลงให้ได้จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ถึง 30% ซึ่งจะต้องเร่งปรับเปลี่ยนเตาเผาให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงาน นอกจากนี้เพื่อเป็นการรองรับการแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีที่จะมีผลใช้บังคับในปี 2558 หากจะแข่งขันได้ผู้ประกอบการจะต้องมีการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นมาแข่งกับสินค้าด้อยคุณภาพที่จะทะลักเข้ามา

“เวลานี้มีผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่หลายรายที่ยังมีฐานะการเงินดีอยู่ เริ่มคิดจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านแทน เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะค่าจ้างแรงงานที่มีราคาถูกกว่า แต่ที่เป็นห่วงกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีอยู่กว่า 90% จะย้ายไปได้ลำบาก เพราะไม่มีเงินทุน ดังนั้นการจะแข่งขันได้จะต้องเร่งพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อแข่งกับสินค้าด้อยคุณภาพที่จะเข้ามาตีตลาดมากขึ้น”

นายอำนาจ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาที่เป็นห่วงมากที่สุดในเวลานี้ จะเป็นเรื่องของสินค้าด้อยคุณภาพที่มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และเข้ามาทุ่มตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้ลำบาก หากภาครัฐไม่มีมาตรการตอบโต้ในเรื่องนี้ ก็จะทำให้ผู้บริโภคใช้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพแม้จะราคาถูกก็ตาม ที่สำคัญจะทำให้ถูกมองว่าประเทศไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าไม่มีคุณภาพและส่งออกไปยังตลาดโลกด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดการส่งออกตามมา

โดยเฉพาะตลาดในสหภาพยุโรปเอง ซึ่งมีตลาดส่งออกอยู่ค่อนข้างมาก ได้มีนโยบายควบคุมและป้องกันอย่างเข้มงวดไม่ให้สินค้าจากจีนส่งผ่านโดยประเทศที่สาม หากไทยไม่มีมาตรการดูแลสินค้าที่ส่งออกไปอาจจะกระทบกับตลาดที่ส่งออกไปได้ ทางที่ดีควรจะมีมาตรการเพิ่มเติม โดยให้ระบุประเทศผู้ผลิต ลงบนผลิตภัณฑ์ เช่น “Made in Thailand” เพื่อให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้และเป็นการป้องการมิให้สินค้าถูกส่งไปยังประเทศที่สามโดยแสดงแหล่งที่มาของสินค้าเป็นประเทศไทย เป็นต้น

X
X